5 สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับโรคเหงือกอับเสบ

5_fofnthaifignao-i-a.jpg

โรคเหงือกอักเสบ เป็นพื้นฐานของการเกิดปัญหาในช่องปากที่สามารถเกิดขึ้นได้ในทุกเพศ ทุกวัย เนื่องจากเหงือกเป็นอวัยวะสำคัญที่ช่วยยึดฟันและรองรับการบดเคี้ยว โดยเหงือกจะมีสีชมพู เรียบ ไม่บวมและไม่มีเลือดออก แต่หากใครมีเลือดออกหรือเหงือกบวมขณะแปรงฟัน อาจเป็นสัญญานที่บ่งบอกว่าคุณกำลังเป็นโรคเหงือกอักเสบระยะเริ่มต้น ซึ่งหากทิ้งไว้เป็นเวลานานโดยไม่ได้รับการรักษา อาจทำให้เกิดเหงือกอักเสบ มีกลิ่นปาก จนไปถึงการสูญเสียฟันได้

เหงือกอักเสบคืออะไร?

เหงือกอักเสบ คืออาการระยะเริ่มแรกของโรคเหงือกที่พบได้ทั่วไป โดยองค์การอนามัยโลกประมาณการว่า ผู้ใหญ่ 1 ใน 4 ของคนทั่วโลกมีอาการติดเชื้อจากแบคทีเรีย 15-20% ก่อนจะลุกลามไปสู่โรคที่รุนแรงมากขึ้น

อะไรคือสัญญาณของเหงือกอักเสบ?

เหงือกอักเสบมีสัญญาณที่สังเกตเห็นได้แต่เรามักมองข้ามไป ตามข้อมูลของสมาคมทันตแพทย์แห่งหนึ่ง มีผู้ใหญ่ซึ่งเป็นโรคเหงือกเพียง 10% เท่านั้นที่ตระหนักถึงอาการ หากสังเกตเห็นเหงือกบวมแดง มีเลือดออกง่ายเวลาแปรงฟันหรือใช้ไหมขัดฟัน คุณอาจเป็นโรคเหงือกอักเสบเข้าแล้ว ซึ่งเหงือกอักเสบมักจะไม่แสดงอาการหรือรู้สึกเจ็บปวดเพียงชั่วครั้งชั่งคราว คุณจึงมักละเลยสัญญาณเหล่านี้

สาเหตุของเหงือกอักเสบคืออะไร?

สาเหตุของเหงือกอักเสบที่พบได้ทั่วไปคือ การดูแลช่องปากที่ไม่ดีพอหรือผิดวิธี ซึ่งมาจากการไม่แปรงฟัน, ใช้ไหมขัดฟัน หรือบ้วนปากทุกวัน แต่ยังมีแบคทีเรียตกค้างสะสมและก่อตัวขึ้นเป็นฟิล์มหนาเรียกว่า แผ่นคราบพลัคหรือไบโอฟิล์ม ซึ่งอาจนำไปสู่การเกิดหินปูน เหงือกอักเสบ มีกลิ่นปากและทำให้ฟันผุได้เมื่อเวลาผ่านไป

คุณจะป้องกันปัญหาเหงือกอักเสบได้อย่างไร?

ทำความสะอาดช่องปากให้ทั่วถึงเป็นกิจวัตร โดยแปรงฟันและบ้วนปากด้วยน้ำยาบ้วนปากวันละ 2 ครั้ง รวมถึงการใช้ไหมขัดฟันทุกวัน ก็จะสามารถดูแลปัญหาสุขภาพเหงือกระยะเริ่มแรกได้ และที่สำคัญการพบทันตแพทย์ทุก 6 เดือนเป็นประจำก็เป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยดูแลช่องปากของคุณให้มีสุขภาพดีและสะอาด เนื่องจากต้องใช้เครื่องมือแพทย์ซึ่งมีเฉพาะในคลินิกทันตกรรมเท่านั้นที่จะสามารถกำจัดคราบหินปูนได้

ดูแลปัญหาสุขภาพเหงือกได้อย่างไร?

ขั้นตอนสำคัญที่สุดคือการคอยสังเกตอาการที่อาจดูไม่ร้ายแรง เช่น เลือดออกเล็กน้อยในอ่างล้างหน้าเมื่อคุณใช้ไหมขัดฟันหรือแปรงฟัน และอาการเหงือกอักเสบ บวมแดง หากปรากฏอาการเหล่านี้ ให้พบทันตแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยสาเหตุ และประเมินอาการของสุขภาพเหงือกและฟัน โดยทันตแพทย์ของคุณอาจแนะนำหลักเกณฑ์การดูแลช่องปากที่บ้านที่เหมาะสมยิ่งขึ้นสำหรับฟันของคุณ รวมถึงการเพิ่มน้ำยาบ้วนปากผสมสารแอนตี้แบคทีเรียเข้ามาในกิจวัตรของคุณด้วย หากกลุ่มแบคทีเรียก่อตัวขึ้นรอบๆ ฟันและเหงือกเริ่มร่นห่างจากฟัน ขอแนะนำให้คุณไปพบทันตแพทย์หรือปริทันต์ ทันตแพทย์ (แพทย์ผู้เชี่ยวชาญในด้านโรคเหงือกโดยเฉพาะ) เพื่อทำความสะอาดฟันและเหงือกอย่างถี่ถ้วน ข่าวดีก็คือคุณสามารถป้องกันปัญหาสุขภาพเหงือกระยะเริ่มแรกและไม่รุนแรงนี้ได้ อย่างไรก็ตาม หากเกิดอาการแต่ไม่ได้รับการรักษาและถูกละเลย โรคเหงือกอักเสบอาจพัฒนาอาการขึ้นเป็นโรคเหงือกขั้นรุนแรง (โรคปริทันต์) ซึ่งเป็นสาเหตุอันดับหนึ่งของการสูญเสียฟันในผู้ใหญ่

เพราะฉะนั้นการดูแลสุขภาพช่องปากให้สะอาดอยู่เสมอ ด้วยการแปรงฟันและใช้น้ำยาบ้วนปากควบคู่ไปด้วยในการดูแลช่องปาก ก็จะช่วยลดสาเหตุที่อาจทำให้เกิดโรคเหงือกอักเสบได้ ที่สำคัญคือต้องไปพบทันตแพทย์ทุกๆ 6 เดือน เพื่อตรวจสุขภาพเหงือกและฟันว่า เราดูแลความสะอาดได้ดีเพียงพอหรือไม่ มีการเกิดอาการเหงือกอักเสบอีกหรือไม่ เพียงแค่นี้คุณก็สามารถป้องกันโรคเหงือกอักเสบ ไม่ให้มารบกวนจิตใจและการใช้ชีวิตประจำวันของคุณได้แล้ว

Related Info:
1.https://smileandcodentalclinic.com/swollen-gums-and-gingivitis/
2. https://dt.mahidol.ac.th/th/โรคเหงือกอักเสบ/

หมายเหตุ: ข้อมูลความรู้ทั่วไปจากเอกสารทางวิชาการ ไม่สามารถนำไปกล่าวอ้างเป็นสรรพคุณทางเครื่องสำอาง

และสำหรับใครที่มองหาตัวช่วยอยู่ล่ะก็ เราขอแนะนำ น้ำยาบ้วนปากลิสเตอรีน กัม แคร์ ที่ช่วยในการดูแลสุขภาพเหงือกและฟันให้แข็งแรงอยู่เสมอ พร้อมทั้งป้องกันการสะสมของแบคทีเรียที่อาจทำให้เกิดคราบหินปูน ที่นำไปสู่ปัญหากลิ่นปากได้อีกด้วย มีให้เลือกทั้งแบบสูตรดั้งเดิมและสูตรอ่อนโยน แบบไม่เผ็ดปาก ไร้แอลกอฮอล์ สามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ www.listerine.co.th หรือชอปปิงสินค้าผ่านทางออนไลน์ได้ที่ Shopee และ Lazada